สุขภาพ

นอนง่ายขึ้นเมื่อ ไม่ทำสิ่งเหล่านี้

นอนง่ายขึ้นเมื่อ  เราควรจะเลี่ยงสิ่งนี้ก่อนที่จะเข้านอนเพราะจะมีผลต่อการนอน และก็ทำให้การนอนของคุณมีคุณภาพลดลงนั้นมีอะไรบ้าง ในเนื้อหานี้ จะมากล่าวถึงเรื่องนี้กัน เพราะอะไรสิ่งต่อไปที่จะกล่าวถึงจึงไม่ควรที่จะทำก่อนนอน

– ใช้งานอินเทอร์เน็ต

แสงสีฟ้าจากจอโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วก็คอมพิวเตอร์ จะมีผลต่อแนวทางการทำงานของดวงตา ทำให้ดวงตาของคุณทำงานมากขึ้น รวมทั้งมีส่วนทำให้สารเมลานินที่ช่วยทำให้นอนสบายผลิตและก็ดำเนินการได้ลดลง นำมาซึ่งการทำให้สมองตื่นตัวรวมทั้งนอนไม่หลับอีกต่อไป ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือหยุดใช้งานก่อนไปนอนสัก 30 นาที – 1 ชั่วโมง

– การอ่าน การดูเรื่องสยองขวัญแล้วก็ตื่นเต้น

การอ่าน การดูเรื่องสยองขวัญรวมทั้งตื่นเต้นจะมีผลให้ร่างกายและก็สมองของพวกเรากำเนิดความระทึกใจรวมทั้งลุ้นไปกับหนังที่พวกเรามอง ทำให้ Adrenaline ภายในร่างกายจะมีปริมาณสูงมากขึ้น ลักษณะการทำงานของร่างกายตื่นตัวอย่างมาก หัวใจบีบตัวมากยิ่งขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจสูงมากขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น จนกระทั่งนำไปสู่อาการตาไม่กะพริบหรือนอนไม่หลับก็เป็นไปได้

– บริหารร่างกายหนัก ๆ ก่อนนอน

จริงอยู่ว่าการบริหารร่างกายดีต่อสุขภาพ และทำได้ทุกที่ ทุกเวลา แต่ว่าการบริหารร่างกายหนัก ๆ ก่อนเข้านอนนั้น ส่งผลให้หลับยากขึ้น ตัวอย่างเช่น การวิ่งเร็ว เล่นเวทเทรนนิ่ง การเต้นแอโรบิคแรง ๆ ฯลฯ จะมีผลทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงมากขึ้น ร่างกายตื่นตัว ทางที่ก็ดีควรจะทดลองเปลี่ยนแปลงเวลาบริหารร่างกายให้ไวขึ้น หรือทดลองบริหารร่างกายในแบบอย่างอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น โยคะ ไทชิ ชี่กง ก็ได้ หรือใช้เวลาสำหรับในการวอร์มดาวน์ หลังการบริหารร่างกายให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

– กินอาหารและขนมก่อนเข้านอน

การรับประทานอาหารก่อนนอน เป็นต้นตอหลักที่ทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยนอนไม่หลับ เนื่องจากสาเหตุหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น กว่าจะเลิกเรียน เลิกงานก็เย็นแล้ว มืดแล้ว นำมาซึ่งการทำให้ทานมื้อเย็นได้ตอนดึก ๆ ทำให้ระบบที่ทำการย่อยอาหารจะต้องทำงานมากขึ้น ทำให้ของกินไม่ย่อย หรือบางทีอาจรู้สึกอึดอัดจนถึงนอนไม่หลับได้ ถ้าเกิดคนไหนที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่ทดลองเปลี่ยนแปลงมาทานอะไรเบา ๆ แทน ดังเช่น โยเกิร์ตกับผลไม้ เนื้อปลา รวมทั้งของกินที่มีรสชาติไม่จัดก็ช่วยได้

– นอนในขณะที่ไม่ใช่เวลาเข้านอนธรรมดา

แน่ ๆ ว่า ทุกคนย่อมมีนาฬิกาชีวิตที่ต่างกันออกไป ซึ่งในบางครั้งก็จำต้องนอนมืดค่ำหรือโต้รุ่งอยู่เป็นประจำการนอนในขณะที่เปลี่ยนไปจากปกติบ่อยเกินไป จะก่อให้ระบบลักษณะการทำงานของร่างกาย ผันแปรและก็ปรับภาวะไม่ทัน เมื่อถึงเวลานอนตามเดิมก็ไม่สามารถที่จะนอนได้อีกดังเดิม การนอนถือว่าเป็นการพักที่เหมาะสมที่สุด เพื่อร่างกายได้ซ่อมบำรุงส่วนที่ผุพัง 

แต่ว่าถ้าคนใดเป็นผู้ที่นอนยากหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการนอน ทดลองพินิจตัวเอง โดยมองว่าตัวเองมีความประพฤติกลุ่มนี้ก่อนไปนอนบ้างหรือไม่ ซึ่งถ้าเกิดมีก็ควรจะทดลองปรับพฤติกรรม เพื่อการนอนอย่างมีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ

สุขภาพ

การโต้แย้งการรับประทานอาหาร

การรับประทานอาหาร การโต้แย้งว่าการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น การบริโภคผักและผลไม้ในปริมาณมาก สัมพันธ์กับความสุขและความผาสุกที่มากขึ้น แตกต่างอย่างชัดเจนกับความเชื่อทั่วไปที่ว่าโดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง หรือแคลอรี่สูงมีรสชาติที่ดีขึ้นและทำให้คนเรา มีความสุขในขณะที่เรากำลังกินพวกเขา

เมื่อพูดถึงการกิน ผู้คนมักจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพคืออร่อย โดยธรรมชาติและถือว่าช็อคโกแลตเป็นเครื่องกระตุ้นอารมณ์ได้ดีกว่าแอปเปิ้ล ตามมุมมองความเป็นอยู่ที่ดีในช่วงเวลานี้ ผู้บริโภคต้องแลกกับความเพลิดเพลินที่คาดหวังในการรับประทานอาหารกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

งานวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าประสบการณ์ของอารมณ์เชิงลบและความเครียดนำไปสู่การบริโภคที่เพิ่มขึ้นในบุคคลจำนวนมาก (“การกินตามอารมณ์”) ของอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

อาหารเพื่อความสะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม กระแสการวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การกินอารมณ์เพื่อให้ประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ “ราบรื่น” ในการตอบสนองต่อความเครียดหรือสภาวะอารมณ์เชิงลบ และโดยปกติแล้วจะไม่มีการประเมินผลกระทบที่กระตุ้นอารมณ์ของการรับประทานอาหาร18 งานศึกษาไม่กี่ชิ้นที่ทดสอบประสิทธิภาพของอาหารเพื่อความสะดวกสบายในการปรับปรุงอารมณ์ แสดงให้เห็นว่าการบริโภคอาหารสบาย ๆ ที่ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” มีผลกระตุ้นอารมณ์หลังจากการชักนำให้เกิดอารมณ์ด้านลบ

แต่ไม่มากไปกว่าอาหารที่ไม่สะดวกสบายหรือเป็นกลาง19 ดังนั้น แม้ว่าผู้คนอาจเชื่อว่าการกินอาหารที่ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” เช่น ไอศกรีมหรือช็อกโกแลตให้ความสุขและประโยชน์ทางจิตใจมากกว่า แต่จริงๆ แล้วการบริโภคอาหารที่ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” อาจไม่มีประโยชน์ต่อจิตใจมากกว่าอาหารอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม การวิจัยทั้งสองสายได้มุ่งเน้นไปที่อาหารประเภทเดียว (การบริโภคผักและผลไม้) อาหารประเภทเดียว (ของว่าง) หรือโอกาสในการรับประทานอาหารเพียงครั้งเดียว (หลังจากการกระตุ้นอารมณ์เชิงลบ/เป็นกลาง) ดังนั้นจึงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าผลการส่งเสริมการรับประทานอาหารมีความเฉพาะเจาะจงสำหรับการเลือกและหมวดหมู่อาหารบางประเภทหรือไม่ หรือการกินมีผลส่งเสริมทั่วไปมากขึ้นที่สังเกตได้หลังจากการบริโภคทั้งอาหารที่ “ดีต่อสุขภาพ” และ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” และตลอดโอกาสการรับประทานอาหาร .

ดังนั้น ในการศึกษานี้ เราจึงตรวจสอบประโยชน์ทางจิตวิทยาของการรับประทานอาหารที่หลากหลายตามประเภทอาหารและประเภทมื้ออาหาร โดยการประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่สมบูรณ์ตลอดแปดวันในชีวิตจริง

นอกจากนี้ การวิจัยก่อนหน้านี้เกี่ยวกับผลกระทบของการกินที่มีต่อความเป็นอยู่ที่ดีมักจะอาศัยการประเมินย้อนหลัง เช่น แบบสอบถามความถี่ของอาหารและบันทึกอาหารที่เป็นลายลักษณ์อักษร วิธีการรายงานตนเองแบบย้อนหลังดังกล่าวต้องอาศัยงานที่ท้าทายในการประมาณการรับประทานเฉลี่ยหรือจำตอนการรับประทานอาหารแต่ละครั้งได้อย่างแม่นยำ และอาจนำไปสู่การรายงานการบริโภคอาหารที่ไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น ของว่าง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความจำและอคติในการศึกษานี้ เราใช้การประเมินชั่วขณะทางนิเวศวิทยา (EMA) เพื่อให้ได้ข้อมูลในชีวิตจริงที่ถูกต้องและครอบคลุมเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินและความสุขตามประสบการณ์ในขณะนั้น

 

สนับสนุนโดย.  เครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนดี

สุขภาพ

วิธีรับประโยชน์ต่อสุขภาพของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน

วิธีรับประโยชน์ต่อสุขภาพ ประโยชน์ต่อสุขภาพของอาหาร Med ได้รับการบันทึกไว้เป็นอย่างดี แล้วจะติดตามที่บ้านได้อย่างไร? ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำอาหารเพื่อสุขภาพได้ทำลายมันลง อาหารเม็ดเป็นหนึ่งในอาหารที่ดีต่อสุขภาพที่สุดในโลก – แต่ไม่ มันไม่ได้เกี่ยวกับการกินไวน์แดงปริมาณมากด้วยซอสครีมชีสบนพาสต้าของคุณ… แต่เน้นที่การกินผัก ถั่ว ปลาและผลไม้ , ไขมันไม่อิ่มตัว ถั่วต่างๆ และธัญพืชที่อุดมด้วยไฟเบอร์

วิธีการรับประทานอาหารนี้มีพื้นฐานมาจากอาหารหลักของผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีพรมแดนติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี และกรีซ แม้ว่าส่วนผสมที่แน่นอนจะแตกต่างกันไป

ในแต่ละภูมิภาค แต่หลักการพื้นฐานในแต่ละประเทศก็เหมือนกัน ตามข้อมูลของ British Nutrition Foundation อาหารเม็ดประกอบด้วยการบริโภคผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด อาหารที่มีไขมันต่ำ อาหารทะเล ถั่ว เมล็ดพืช และพืชตระกูลถั่วมากขึ้น นอกจากนี้ยังหมายถึงการเปลี่ยนไปใช้ไขมันไม่อิ่มตัวและการบริโภคไขมัน/เนื้อสัตว์แปรรูปที่น้อยลง ธัญพืชที่ผ่านการขัดสี อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหวาน รวมทั้งการบริโภคเกลือที่ต่ำกว่า การบริโภคไขมันอิ่มตัวที่ต่ำกว่าอาหารตะวันตกทั่วไป

ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องต้องกันว่าไม่มีส่วนผสม ‘มหัศจรรย์’ ใดๆ ในอาหาร Med แต่เป็นการประสานกันของส่วนผสมทั้งหมดที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้มีผลในการปกป้องสุขภาพ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โภชนาการคู่มืออาหารเพื่อสุขภาพ บรรณาธิการ Amanda Ursell กล่าว

คุณจะไม่ได้รับผลกระทบเหล่านี้จากการดื่มไวน์แดงและใส่กระเทียมลงในอาหารค่ำของคุณ มันเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักตามที่อธิบายไว้ข้างต้น แต่ยังรวมถึงการคัดลอกวิถีชีวิตของ Med เช่นการใช้เวลามากขึ้นในการปรุงอาหารตั้งแต่เริ่มต้นและการรับประทานอาหาร/สังสรรค์ร่วมกันรอบๆ โต๊ะ ตลอดจนการสร้างสมดุลระหว่างกิจกรรมและการพักผ่อน 

อาหารเมดิเตอเรเนียนกินอะไรดี มูลนิธิอาหารเมดิเตอเรเนียน (องค์กรระหว่างประเทศในกรีซ) แนะนำให้ทำตามพีระมิดอาหารเมด แผนการรับประทานอาหารที่ได้รับการสนับสนุนจากสหพันธ์สมาคมโภชนาการยุโรปและฟอรัมเกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารเมดิเตอร์เรเนียน สิ่งนี้ทำให้อาหารที่มีต้นกำเนิดจากพืชอยู่ที่ฐานของปิรามิด

ซึ่งแนะนำว่าควรบริโภคในสัดส่วนและความถี่ที่มากกว่าอาหารที่ระดับกลางและระดับสูง ควรรับประทานเนื้อแดงและอาหารที่มีน้ำตาลบนยอดปิรามิดให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั้นช่วยทำให้ร่างกายนั้นแข็งและจะสามารถช่วยในเรื่องของการคุมน้ำหนัก ทำให้การเกิดโรคอ้วนหรือการเพิ่มน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถช่วยทำให้ห่างไกลจากโรคต่างๆด้วย และยังเป็นการช่วยประหยัดและสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของรายการอาหารการกินด้วย เพราะอาจจะต้องถูกจำกัดด้วยรายการอาหารบางเมนูนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    เครื่องช่วยฟังศิริราช

สุขภาพ

เดิน กับ วิ่ง 5กิโลเผาผลาญไขมันเท่าไร?

ซึ่งวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบระหว่างการเดินกับการวิ่งเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร วิ่ง 5กิโลเผาผลาญไขมัน มันใช้ไขมันประมาณเท่าไหร่เรายืนยันเลยว่าทั้งสองวิธีนี้มันสามารถลดไขมันได้เหมือนกันแต่ว่ามันจะมีความแตกต่างยังไงบ้างเดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า 

โดยในปัจจุบันที่ได้ทำการทดสอบการวิ่งและเดินสูง 189 น้ำหนัก 94 ในวันที่ทดสอบ โดยข้อมูลได้ใช้เวลาในการเดินประมาณ 5 กิโลเมตร เวลา 1 ชั่วโมงสามารถเผาผลาญพลังงานไปได้ 365 แคลอรี่ และเปรียบเทียบกับการวิ่ง 5 กิโลใช้เวลาประมาณ 27 นาที วิ่งค่อนข้างเร็วประมาณ 70% สามารถเผาผลาญพลังงานไปได้ 424 แคลอรี่ 

เวลาเฉลี่ยต่อ 1 กิโลประมาณ 5 นาที เราก็จะเห็นแล้วว่ามันมีความแตกต่างกันใช้ระยะเวลาต่างกันประมาณเท่าตัวนึงสำหรับในการเดินโดยเพชเฉลี่ยจะเดินอยู่ที่ประมาณเพช 12 ไปปลายๆแต่ว่ามันคงที่เสถียรไม่ได้แกว่งไปมากเท่าไหร่ 

ส่วนในการวิ่งจะวิ่งประมาณเพช5กลางๆตอนนี้ก็ให้ดูว่ามันค่อนข้างที่จะเสถียรไม่ใช่ว่ารีบในตอนแรกแล้วมาผ่อนเอาในตอนท้ายโดยเพจในการเฉลี่ยและอัตราการเต้นของหัวใจในส่วนของเพชรการเดินก็จะอยู่ที่ประมาณ 13 จะถือว่าเป็นการเดินที่ไม่ไหวมากเป็นการเดินกลางๆ

นอกจากนี้ heart rate ยังไม่ถึงโซนหนึ่งเลยมันเป็นโซนที่เขาเรียกว่าพักผ่อนโซนปกติเลยหัวใจเราจะเต้นอยู่ประมาณ60ต่อนาทีประมาณนี้ก็เดินมันก้จะเร็วขึ้นมาหน่อยเฉลี่ย81ทีนี่ในโซนหนึ่งเรียกได้ว่าจะเป็นโซนแบบสบายๆ

ดังนั้นในการวิ่งจะอยู่ในเพช5ครึ่งอัตราการเต้นของหัวใจจะเฉลี่ยอยู่ที่158และอาจจะมีสูงบาง160-170ต้องบอกก่อนเลยว่าจริงๆที่มันสูงขึ้นมาเพราะว่าเราวิ่งในตอนเย็นในกทม.มันค่อนข้างร้อน5โมงเย็นยังร้อนอยู่เลยมันก็อาจจะดีดขึ้นไปบ้าง

เพราะว่าสภาพอากาศแล้วก็เรื่องของรถที่วิ่งไปมาผมไปวิ่งบนถนนใหญ่ก็จะพบกับปัญหาเรื่องของท่อไอเสียและแดดมันค่อนข้างที่จะร้อนอยู่มันก็เลยทำให้พุ่งขึ้นไปบ้างในช่วงตอนท้ายๆจริงๆแล้วอยู่ในโซน3ประมาณ158อยู่ในโซน3ปลายๆจะคอนไปทางโซน4ต้นๆ

แต่ความรู้สึกของผมมันยังอยู่ในช่วงของแอโรบิคคือจะอยู่ในช่วงประมาณโซน3นอกจากนี้จะให้ดูว่ามันแตกต่างกันเท่าไรระหว่าโซนหนึ่งกับโซนสามระหว่างเดินกับวิ่งมันใช้พลังงานจากไขมันเท่าไหร่ใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตหรือว่าแป้งคิดเป็นเท่าไหร่หรือบางคนไม่รู้ก็อาจจะไปค้นหาในอินเตอร์เน็ตก็ได้เขาจะมีอธิบายบอกเอาไว้อยู่แล้วว่าโซนหนึ่งใช้ไขมันเท่าไหร่คาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่แล้วก็โซนสามใช้พลังงานจากไขมันเท่าไหร่ใช้จากคาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่

 

สนับสนุนโดย.    ชุดตรวจ hiv

สุขภาพ

3 วิธีป้องกันกลิ่นตัวง่าย ๆ 

กลิ่นตัวหอม ๆ ไม่ว่าใครก็อยากมีกันทั้งนั้น ยิ่งสภาพอาการบ้านอบอวนไปด้วนความร้อน เรื่องกลิ่นตัวยิ่งต้องมั่นใจกันอยู่เสมอ แต่เชื่อว่าสมัยนี้ปัญหากลิ่นตัวเป็นปัญหาใหญ่ไม่แพ้เรื่องอื่นเลยก็ว่าได้ ยิ่งหน้าร้อน เหงื่อยิ่งออก กลิ่นตัวก็ยิ่งตาม จนส่งผลให้หลายคนเกิดความไม่มั่นใจในตัวเองขึ้น 3 วิธีป้องกันกลิ่นตัวง่าย ๆ  เพราะฮอร์โมนในร่างกายของคนเรานั้นก็ย่อมมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว

บางคนแค่อยู่เฉย ๆ กลิ่นตัวก็แรงมากพอแล้ว ยิ่งต้องเจอแดดเหงื่อก็ยิ่งส่งผลให้ร่างกายผลิตกลิ่นตัวออกมาได้มากขึ้น บางคนมีกลิ่นตัวที่แรงเกินไปจนไม่อยากให้ใครเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าการใช้ชีวิตในสมัยนี้คนเราก็ย่อมมีการทำงานที่แตกต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตาม การดูแลตนเองอยู่ตอลดเวลาอาจสามารถช่วยลดการเกิดกลิ่นตัวของเราได้ เพราะการชำระล้างร่างกายในทันทีหลังกลับจากที่ทำงาน หรือหลังจากที่เราต้องไปเจอฝุ่น หรือสิ่งต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดเหงื่อขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น วันนี้เราก็ได้รวบรวมเคล็ดลับในการในการดูแลตนเอง และป้องกันตนเองไม่ให้มีกลิ่นตัวด้วยวิธีง่าย ๆ 3 วิธีป้องกันกลิ่นตัวง่าย ๆ  ไหนกันบ้างไปดูกันเลย 

ไม่รับประทานอาหารที่มีกลิ่นฉุด อาหารที่มีกลิ่นฉุดหรือมีกลิ่นที่รุนแรงเกินไปก็อาจเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้เรามีกลิ่นตัวแรงได้เช่นกัน โดยเฉพาะกระเทียม หรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุนอย่างรุนแรง เพราะหากเรารับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้กลิ่นของอาหารเหล่านั้นออกมาผ่านทางเหงื่อได้ โดยปกติแล้วเราจะเห็นได้ว่ามีบางคนที่ชอบกินกระเทียม หรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรงมักจะมีกลิ่นตัวที่แรงตามมาด้วย ดังนั้น หากต้องลดกลิ่นตัว ควรหลีกเลี่ยงอาการที่มีกลิ่นฉุน และปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารอย่างอื่นแทน 

อาบน้ำบ่อยขึ้น การอาบนำชำระล้างร่างกายทันทีหลังจากทำกิจกรรมต่าง ๆ เสร็จเรียบ หรืออาบน้ำวันละ 2 ครั้ง ต่อวันนอกจากจะช่วยคลายร้อนได้แล้วยังช่วยลดปัญหาการเกิดกลิ่นตัวขึ้นในระหว่างวันได้อีกด้วย ยิ่งสภาพอากาศบ้านเราเข้าสู่หน้าร้อน และคนส่วนใหญ่หันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น การอาบน้ำชำระล้างร่างกายจึงเป็นเรื่องที่ใส่ใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น การลดปัญหากลิ่นตัวที่ดีก็คือการอาบน้ำให้บ่อยขึ้น หรืออาจจะแค่ล้างหน้าล้างตาให้เรารู้สึกสดชื่นอยู่ตลอดเวลาก็ได้ 

การเลือกสวนใส่เสื้อผ้า การเลือกเสื้อผ้าใส่ในช่วงหน้าร้อน และเพื่อลดปัญหาการเกิดกลิ่นตัวที่รุนแรง เราของแนะนำให้เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูหลวม ๆ หรือใส่แล้วรู้สึกสบายตัวกว่าการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป ยิ่งถ้าเป็นเสื้อที่ใส่แล้วไม่รัดช่วงระหว่างแขนกับรักแร้ จะช่วยให้ร่างกายของเราสามารถระบายอากาศได้ดี จนไม่เกิดเหงื่อ และไม่เกิดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวยออนไลน์ยังไง

สุขภาพ

โรคติดน้ำแข็ง

        เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้มาก่อนเพราะเชื่อว่าทุกคนคงคิดเหมือนกันว่าอาการอยากกินน้ำแข็งนั้นเป็นเหมือนกันหมดทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยู่ในช่วงตอนร้อนมากๆ

ใครๆก็อยากกินน้ำแข็งด้วยกันทั้งนั้นแต่ในปัจจุบันนี้เราติดน้ำแข็งนั้นมีอยู่จริงโดยเราสามารถสังเกตอาการของคนเป็นโรคชนิดนี้ได้ก็คือเป็นคนที่อยากกินน้ำแข็งอยู่ตลอดเวลาชอบกินน้ำเย็นๆซึ่งแน่นอนว่าอาการแบบนี้ใครๆก็เกิดขึ้นได้ไม่ว่าหน้าร้อนหรือหน้าฝนก็ตามทีอย่างไรก็ตามถ้าคุณมีอาการอยากกินน้ำแข็งหรือกินน้ำเย็นอยู่ตลอดเวลาและเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานเกิน 1 เดือนขึ้นไปแล้วเราก็แสดงว่าคุณกำลังเข้าข่ายที่กำลังเป็นโรคชนิดนี้อยู่นั่น

           จากการทำวิจัยถึงสาเหตุของการเป็นโรคชนิดนี้พบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคชนิดนี้ร่างกายมักจะไม่มีธาตุเหล็กหรือเรียกได้ว่าขาดธาตุเหล็กอย่างรุนแรงซึ่งแน่นอนว่าร่างกายของคนที่ไม่มีธาตุเหล็กนั้นจะมีอาการเฉยชาดังนั้นเวลาที่พวกเขาอยากกินน้ำแข็งก็เพราะว่าเขาต้องการให้ตัวเองนั้นรู้สึกถึงอาการตื่นตัวอย่างไรก็ตามสำหรับคนที่เป็นโรคชนิดนี้นั้นอาจจะมีสาเหตุของการเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือบุคคลที่มีความเครียดสะสมมากๆก็สามารถเป็นโรคติดน้ำแข็งได้เช่นเดียวกัน

        แน่นอนว่าวิธีการสังเกตตัวเองนั้นก็คือคนที่เป็นโรคชนิดนี้มักจะกินน้ำแข็งตลอดทั้งวันกินได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียวและมักจะชอบเคี้ยวน้ำแข็งโดยไม่ค่อยสนใจการกินน้ำแต่เลือกที่จะกินน้ำแข็งเป็นส่วนใหญ่นอกจากนี้บางคนอาจจะมีอาการผิวซีดมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป นอกจากนี้บางคนอาจจะมีอาการของการเบื่ออาหารไม่ค่อยอยากกินอะไรและที่สำคัญก็จะมีอาการเวียนหัวร่วมด้วยแน่นอนว่าถ้าหากเป็นโรคติดน้ำแข็งนั่นหมายถึงว่าเราขาดธาตุเหล็กซึ่งแน่นอนว่าเราอาจจะเป็นโรคโลหิตจางร่วมด้วยก็ได้

            นอกจากนี้ให้เราสังเกตดูว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของอาการท้องผูกหรือไม่รวมถึงฟันของเราทั้งๆที่ดูแลเป็นอย่างดีแต่ก็มีสภาพฟันที่แตกหักและเสียงๆร่วมด้วยซึ่งอาการเหล่านี้คืออาการของคนที่เป็นโรคติดน้ำแข็งนั้นเอง

        อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าคุณสงสัยว่าตนเองกำลังเป็นโรคชนิดนี้หรือไม่ให้คุณลองปรึกษาแพทย์  แล้วถ้าหากเป็นโรคชนิดนี้คุณสามารถที่จะแก้ไขปัญหาเองเบื้องต้นได้ด้วยการที่พยายามควบคุมร่างกายของตนเองให้กินน้ำแทนการกินน้ำแข็งโดยอาจจะใช้วิธีการค่อยๆลดจำนวนน้ำแข็งลงในแต่ละวันดูก็ได้   อันที่จริงโรคติดน้ำแข็งนั้นไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงอะไรเพียงแต่ว่ามันจะทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นทรงและเจ็บป่วยได้ง่ายเท่านั้นเอง

 

สนับสนุเรื่องราวโดย.  เว็บหวยฮานอยสด

สุขภาพ

อาการและวิธีรักษาของโรคปอดบวม

หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินโรคนี้กันมาบ้าง ถือว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างมีความร้ายแรงในระดับหนึ่ง ฉะนั้นเราต้องรู้จักการศึกษาสาเหตุของการเกิดโรคและวิธีการ้องกันโรค เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายของตัวเราเองมากยิ่งขึ้น เพื่อการใช้ชีวิตประจำที่ดี โดยปราศจากโรคภัยที่มีความร้ายแรงต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แต่ส่วนใหญ่ในการติดต่อของโรคนี้คือการไอ จามหรือการได้รับเชื้อโรคจากการหายใจในขณะที่เราอยู่ในพื้นที่มีผู้ป่วยหรือในพื้นที่ที่มี่เชื้อโรค ก็อาจจะทำให้เรานั้น สามารถที่จะติดโรคปอดบวมได้เช่นกัน

อาการของโรคปอดบวม

สำหรับผู้ป่วยโรคนี้เราจะเห็นอาการป่วยได้อย่างชัดเจนเลยคือการ ไอ มีเสมหะร่วมด้วย จะมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบากหรือมีอาการเหนื่อยเวลาที่เรานั้น หายใจเข้าไป แต่ที่มีอาการมากๆอาจจะเป็นของตรงส่วนชายโครงจมูก แต่ถ้าเด็กที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จะมีอาการทางด้านเจ็บหน้าอก

วิธีการรักษาโรคปวดบวม

ในส่วนของการรักษานี้ ผู้ป่วยโรคนี้จะต้องมีการพักผ่อนที่เพียงพอ จะต้องหลีกเลี่ยงในการไปที่ที่มีผู้คนเยอะด้วย ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องไปข้างนอก จะต้องล้างมือบ่อยๆด้วย ถ้าหากว่าป่วยเป็นไข้ จะต้องรีบรักษาโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในเรื่องอื่นๆด้วย ในเรื่องของการแต่งกายจะต้องมีการแต่งตัวที่หนาๆและจะต้องมีการรับวัคซีนตามที่แพทย์นัดด้วย

เพื่อที่จะสามารถรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลที่ดีในการรักษามากยิ่งขึ้น ถ้าหากอาการไม่ดีและมีไข้สูง ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อที่จะได้รับการรักษาที่ถูกต้องรับการรักษาที่ดี เพื่อที่จะรักษาได้ทันเวลา เพื่อที่จะลดปัญหาผลกระทบที่ไม่ดีตามมากับผู้ป่วยโรคนี้ เราจะเห็นได้ว่าในการรักษาก็จะมีขั้นตอนในการรักษาของมัน แต่จะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาด้วย เพื่อที่จะหายเป็นปกติให้เร็วที่สุด เราควรให้กำลังใจผู้ป่วยโรคนี้ด้วย อย่าท้อแท้กับการรักษา เพราะยังมีหนทางจะรักษาหายอยู่

เพียงเรานั้นใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายของเราให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เพิ่มภูมิคุ้นกันให้แก่ร่างกายของเราอีกด้วย เพื่อลดปัญหาการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆด้วย ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าในการรักษาจะมีความแตกต่างกันไป แต่จะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยว่าอยู่ในระดับ จะรักษาแบบไหน แต่ทั้งนี้เราก็ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาด้วย ถ้าหากเรารู้จักวิธีการดูตัวเองที่ดีก็จะทำให้เราลดปัญหาการเสี่ยงต่อโรคต่างๆได้ ใส่ใจสุขภาพของเราให้มากๆ

 

สนับสนุนโดย    ซื้อหวยออนไลน์

สุขภาพ

กินวิตามินซีวันละเท่าไหร่ถึงจะดีต่อสุขภาพ

          เรารู้กันดีว่า ร่างกายของมนุษย์เรานั้นมีความจำเป็นที่จะต้องการใช้งานวิตามินเพื่อนำมาบำรุงร่างกาย ซึ่งวิตามินมีหลากหลายด้วยกันไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ   วิตามินบี  วิตามินซี  วิตามินอี  วิตามินดี  ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเมื่อเรากินวิตามินเข้าไปแล้วร่างกายของเรานั้นมีความจำเป็นที่จะต้องรับวิตามินมากน้อยแค่ไหนถึงจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของคนเรา

          ดังนั้นวันนี้เราจะมาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของปริมาณวิตามินที่เราควรจะกินเข้าไปเพื่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายนั้นเองเพราะอะไรก็ตามที่ได้รับในปริมาณที่มากจนเกินไปก็มักจะไม่ดีและอะไรก็ตามที่ได้รับน้อยเกินไปก็ไม่ดีเช่นเดียวกันดังนั้นการทานวิตามินต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะเช่นเดียวกันซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงปริมาณของวิตามินซีที่ร่างกายของเรานั้นควรจะรับเข้าไปโดยคนแต่ละคนนั้นสามารถรับวิตามินได้ไม่เท่าเทียมกันนั่นเอง

       โดยปกติแล้วถ้าหากว่าเป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปีในแต่ละวันนั้นร่างกายจะต้องมีการใช้งานวิตามินในปริมาณอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 50 mg  หรือถ้าหากว่ามีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไปแล้วเราก็เริ่มงานของวิตามินที่ร่างกายของเรานั้นต้องการจะมีการเพิ่มมากขึ้นซึ่งในแต่ละวันนั้นควรจะได้รับวิตามินซีต่อวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 60 ถึง 90 มิลลิกรัมแต่อย่างไรก็ตามถ้าหากใครที่มีการทานวิตามินค่อนข้างเยอะก็สามารถกินเพิ่มได้โดยที่สามารถเพิ่มได้วันละอยู่ที่ประมาณ 100 ถึง 200 mg นั่นเอง 

       นอกจากนี้ถ้าหากว่าเราต้องการวิตามินซีเพิ่มเติมส่วนอื่นของร่างกายให้แข็งแรงหรือบรรเทาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของเราเราก็การทานวิตามินซีก็ควรจะต้องมีการทานเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมยกตัวอย่างเช่น 

      หากเราต้องการทานวิตามินซีสำหรับในการช่วยเรื่องของการดูแลผิวพรรณและบำรุงผิวพรรณและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวของเรารวมถึงการลดหรือจะรอการแก่ก่อนวัยอันสมควรแล้วเราแล้วล่ะก็ปริมาณวิตามินซีที่เราควรจะกินเข้าไปในแต่ละวันนั้นควรจะอยู่ที่ประมาณ 1000 mg ขึ้นไปและที่สำคัญอย่างยิ่งวิตามินซีที่เรากินเข้าไปนั้นควรจะต้องเป็นวิตามินซีที่มีการสกัดมาจากธรรมชาติเช่นการทานวิตามินซีมาจากผักและผลไม้นั้นเอง

     แต่ถ้าหากเราเป็นผู้ป่วยเช่นเราอาจจะป่วยเป็นโรคเบาหวานปริมาณของวิตามินซีที่เราต้องกินแต่ละวันนั้นเราควรจะกินอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 1000 มิลลิกรัมซึ่งปริมาณเท่านี้ก็สามารถที่จะช่วยลดอาการอักเสบของหลอดเลือดรวมถึงยังช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคแทรกซ้อนอื่นๆสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานๆอีกด้วย

      และถ้าหากว่าคุณเป็นโรคภูมิแพ้หรือคุณเป็นโรคหวัดต้องการที่จะช่วยให้อาการหวัดหายป่วยเร็วขึ้นการทานวิตามินซีทานอยู่ในปริมาณต่อวันที่ 1000-3000 mg   โดยข้อมูลนี้ต้องมีการทำวิจัยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าถ้าหากใครที่มีอาการของการป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หรืออันเป็นหวัดแล้วเราก็ถ้าหากกินวิตามินซีวันละ 2 เวลาโดยประมาณมื้อละ 1000 มิลลิกรัมแล้วเราก็จะสามารถทำให้อาการไข้หวัดนั้นหายได้เร็วขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะช่วยเรื่องของการลดอาการ น้ำมูกไหลได้ถึงร้อยละ 40 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

สุขภาพ

เทคนิคกินยังไงให้หายจากเบาหวาน

ซึ่งยาลดน้ำตาลจริงๆแล้วมันช่วยกินเพื่อช่วยควบคุมน้ำตาลแต่ว่ามันไม่ได้ทำให้หายจากโรคเพราะเบาหวานมันเกิดจากการกินการกินของเราที่มันไม่ค่อยจะถูกวิธี หรือ การที่เราขาดการออกกำลังกายเพราะฉะนั้นยามันช่วยคุมน้ำตาลแต่ว่ามันจะไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุที่แท้จริง

โดยการรักษาโรคทุกโรคจะต้องรักษาที่สาเหตุต้นเหตุที่แท้จริงของโรคโรคเบาหวานก็เช่นกัน สาเหตุที่แท้จริงขิงโรคเบาหวานนั้นคือ ร่างกายของเรามีภาวะดื้อต่ออินซูลินมันเกิดขึ้นจากการรับประทานที่ไม่ถูกวิธีเวลาที่เรากินอาหารเข้าไปไม่ว่าจะเป็นข้าวเป็นผลไม้เป็นแป้งเป็นขนมปังอะไรหลายอย่างที่เรากินเข้าไปมันจะถูกย่อยในลำไส้แล้วก็จะดูดซึมน้ำตาลออกมา

นอกจากนี้กจะเข้าไปสู่ในกระแสเลือดและเมื่อไหร่ที่เรากินอาหารเข้าไปแล้วน้ำตาลที่วิ่งอยู่ในเลือดปริมาณก็ขึ้นอยู่กับว่าเรากินอะไรเข้าไปกินมากแค่ไหนน้ำตาลที่มันวิ่งอยู่ในเลือดมันจะเข้าไปกระตุ้นฮอร์โมนที่ชื่อว่าอินซูลินให้ออกมาอินซูลินทำหน้าที่อะไร

เนื่องจากนี้ในร่างกายของเราต้องการที่จะใช้พลังงานเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อที่เราจะทำกิจกรรมเพื่อที่เราจะหายใจต่างๆพลังงานนั้นมาจากไหนมาจากอาหารที่เรากินโดยหลักๆเลยร่างกายใช้น้ำตาลเป็นพลังงานหลักอย่างแรกพอมทีน้ำตาลมาสู่เลือดร่างกายต้องการเอาน้ำตาลมาใช้

ดังนั้นน้ำตาลมันก็จะไปกระตุ้นฮอร์โมนอินซูลินออกมาเพื่อที่จะเป็นตัวกลางพาน้ำตาลเข้าไปสู่เซลล์ร่างกายเพื่อเอาไปใช้งานเพราะฉะนั้นยิ่งน้ำตาลอยู่ในเลือดมากเท่าไหร่กจะไปกระตุ้นฮอร์โมนอินซูลินให้ออกมามากขึ้นเท่านั้นร่างกายไม่สามารถที่จะเอาน้ำตาลมาใช้ได้ถ้าเราขาดฮอร์โมนอินซูลินตัวนี้

นอกจากนี้ถ้าเราไม่มีอินซูลินเราก็ไม่สามารถที่จะใช้การน้ำตาลได้แต่เมื่อเรากินมากขึ้นเท่าไหร่เรากินแป้งกินน้ำตาลเยอะเท่าไหร่ฮอร์โมนอินซูลินตัวนี้ก็จะหลั่งมามากขึ้นเท่านั้น

เพราฉะนั้นเมื่ออินซูลินหลั่งออกมาโดยมันจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางและเซลล์ที่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเซลล์ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของเบาหวานเลยก็คือเซลล์ของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกายเราเวลาที่เรากินอาหารเข้าไปแล้วน้ำตาลย่อยมันก็ดูดซึมอยู่ในเลือดน้ำตาลจะเข้าไปกระตุ้นอินซูลินให้หลั่งออกมาจากตับอ่อน

ซึ่งฮอร์โมนอินซูลินตัวนี้มันทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดส่งสัญญาณให้เซลล์สามารถที่จะดึงเอาน้ำตาลเข้ามาพออินซูลินหลั่งออกมาและมาจับเอากับเซลล์และที่เซลล์สำคัญเลยก็คือเซลล์กล้ามเนื้อพอจับแล้วก็จะส่งสัญญาณกระตุ้นทำให้ร่างกายรับรู้ได้ว่าน้ำตาลมาแล้วอินซูลินมาแล้วก็จะเอาเข้ามาสู่เซลล์และมาใช้เป็นพลังงานนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

สุขภาพ

3ข้อวัตถุดิบที่จะช่วยเพิ่มค่าไต ชะลอไตเสื่อมได้ดี

วัตถุดิบอย่างแรกก็คือ กลุ่มผัก เน้นผักโพแทสเซียมต่ำมันจะดีต่อสุขภาพไตของเราชะลอการเสื่อมไตของเราเพราะว่าระยะ4-5ไตทำงานน้อยลงจะขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้น้อยลงเมื่อไหร่ที่โพแทสเซียมขับได้น้อยลงระดับโพแทสเซียมในตัวเราในเลือดเราก็จะสูง

เมื่อไหร่ที่โพแทสเซียมสูงหัวใจเต้นผิดจังหวะแน่นหน้าอกและทำให้หัวใจวายได้อันนี้ก็ฝากเอาไว้ ผักที่ควรมีติดตู้เย็นเอาไว้เลยก็คือ ผักกาดขาว ผักบุ้ง กระหล่ำปี แตงกวา อันนี้มีไว้ได้แล้วก็ในส่วนของผักอื่นๆที่เราจะเอามาช่วยในการปรุงรสของอาหารอันนี้ก็สามารถที่จะใช้ได้เช่นเดียวกันมีควรติดเอาไว้ เช่น กระเพา โหระพา ขิง อะไรอย่างนี้กลุ่มนี้ พริกไท พริกชี้ฟ้า กระเทียม

โดยกลุ่มมนี้คือกลุ่มพวกเครื่องปรุงทีนี้กลุ่มผักที่อยุ๋ในเครื่องปรุงอีกทีก็คือเล็กๆน้อยๆเพื่อปรุงรสอาหารเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องใช่น้ำปลาเยอะใส่ซีอิ๊วขาวเยอะอะไรอย่างนี้ตัวพวกนี้มาเป็นตัวชูโลงให้ก็จะช่วยในเรื่องของการปรุงอาหารได้ดียิ่งขึ้นแล้วก็ชะลอความเสื่อมของไตได้ดียิ่งขึ้นด้วย

วัตถุดิบที่สองก็คือ ผลไม้หวานน้อยและโพแทสเซียมต่ำและน้ำตาลต่ำ เพราะว่าจะทำให้ดีต่อสุขภาพของเราโดยรวมด้วยเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วคนไข้ไตจะมีภาวะไตเสื่อมจะมีเบาหวานตามมาด้วยเราก็เลยเลือกผลไม้ที่มีติดบ้านเอาไว้ที่ปลอดภัยสำหรับเบาหวานด้วยและก็ปลอดภัยสำหรับไตเราด้วยอย่าง เช่น ผลไม้ที่เราควรมีติดเอาไว้เลยก็คือ แอปเปื้ล สตอเบอรี่ ส้มโอ ฝรั่ง ชมพู่ อันนี้5อย่างนี้ควรมีติดบ้านเอาไว้เลยปลอดภัยทั้งไตด้วยและก็เบาหวานด้วยซึ่งแอปเปิ้ลสตอเบอรี่ส้มโอฝรั่งชมพู่อันนี้สามารถรับประทานได้

วัตถุดิบที่สามก็คือ กลุ่มของน้ำมัน เน้นว่าควรจะเป็นถ้าเป็นไปได้ไม่ลำบากในการซื้อหาจนเกินไปเน้นให้เป็นพวกน้ำมันรำข้าวหรือน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นอันนี้ทั้งสามอย่างนี้ถ้าเป็นไปได้เลือกใช้ได้เลยน้ำมัน มันจะให้พลังงานทำให้เรามีพลังงานมากขึ้น

สำหรับคนที่อยู่ในภาวะไตเสื่อมในระยะท้ายๆ ซึ่งต้องควบคุมโปรตีนส่วนหนึ่งที่ไปช่วยในเรื่องของการเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายของเรานอกจากแป้งปลอดโปรตีนโดยจะช่วยในเรื่องของพลังงานให้แล้วทำให้อิ่มนานขึ้นอิ่มมากขึ้นแล้วน้ำมันก็จะเป็นตัวช่วยอีกอย่างหนึ่งด้วยที่จะทำเรามีพลังงานอย่างเพียงพอในระยะที่จะต้องควบคุมอาหารโปรตีน

นอกจากนี้น้ำมันที่เราได้กล่าวออกไปโดยทั้งหมดนนี้มันจะมีโอเมก้า3จะมีโอเมก้า6 ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการทำความสะอาดหลอดเลือดได้ ด้วยทำให้เราลดความเสี่ยงในเรื่องของการมีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบกล้ามเนื้อหัวใจตีบอะไรแบบนี้เกี่ยวกับหลอดเสลือดต่างๆได้ด้วย

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย